Ai Weiwei : Hansel and Gretel

หลังจากรู้ข่าวที่แกลลอรี่เว่อร์ ( Ver Gallery ) ในกรุงเทพโดนทหารสั่งปลดงานศิลปะทางการเมืองในนิทรรศการ “Whitewash” ของ หฤษฏ์ ศรีขาว โดยอ้างความเป็นห่วงกลัวว่าชิ้นงานอาจจะถูกทำลายจากฝ่ายตรงข้าม ( โถ...ใจดีจัง ) Jay ที่หัวจมอยู่กับงานดีเทลมดหาเงินจ่ายบิลประจำเดือน ก็ถึงจุดทนไม่ไหวต้องโงหัวขึ้นมาเม้าอะไรให้รู้สึกหายท้อแท้เกี่ยวกับวงการศิลปะและการเมืองบ้านเรานิดหนึ่งก็ยังดี 

19243873_10154522208611781_2106721940_o.jpg

เนื่องจากเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปเดินดู วิ่งเล่นไปจนถึงถ่ายเซลฟี่ในนิทรรศการ “Hansel and Gretel” ของ Ai Weiwei ที่ทำร่วมกับทีมสถาปนิกเพื่อนร่วมโปรเจคสนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่งตั้งแต่โอลิมปิค 2008 อย่าง Jacques Herzog และ Pierre de Meuron ( ถึงลุงจะออกมาให้สัมภาษณ์ภายหลังว่าเสียใจที่ไปร่วมงานออกแบบไอสนามกีฬานี่กับเขาก็เถอะ 55) 

“Hansel and Gretel” พูดเรื่อง survilliance หรือการตรวจตราเฝ้าระวัง ซึ่งส่วนมากก็เกิดจากความต้องการควบคุมความสงบของรัฐนั่นแหละ หวาย...ช่างแสนจะเข้ากับสถานการณ์ในกรุงเทพที่ทหารเข้ามาสอดส่องดูแลผลงานศิลปะของพวกเราชาวไทยเสียซะไม่มี ถ้าไม่เขียนถึง Ai weiwei ตอนนี้จะไปเขียนตอนไหนกัน :)

19349636_10154522199521781_1869316389_o.jpg

คนที่ศึกษาและสนใจงานศิลปะถึงจะงูๆปลาๆแค่ไหนก็เถอะ แน่นอนว่าน่าจะต้องเคยได้ยินชื่อ Ai Weiwei มาบ้างไม่มากก็น้อย ลุง Ai เป็นศิลปินและนักกิจกรรมเคลื่อนไหวชาวจีน เกิดที่ปักกิ่งจากครอบครัวนักกวีและนักกิจกรรมต่อต้านฝ่ายขวาจนครอบครัวถูกเนรเทศออกจากปักกิ่งเป็นเวลากว่า 16 ปี และเพิ่งสามารถกลับเข้าปักกิ่งได้หลังจากที่เหมายกเลิกการปฏิวัติทางวัฒนธรรมในปี 1976

Ai ได้เข้ามาใช้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกาในช่วงปี 1981 ถึง 1993 เริ่มศึกษาและทำงานศิลปะโดยรับแนวความคิดแบบ Readymade ของ Duchamp มาเป็นแนวทางในการทำงาน ลุง Ai มีเหตุต้องเดินทางกลับจีนในปี 1993 เนื่องจากอาการป่วยของคุณพ่อ โดยหลังจากเมื่อเดินทางกลับจีนก็ได้เริ่มจัดตั้งกลุ่มศิลปิน สร้างสตูดิโอรวมไปจนถึงบริษัทสถาปนิกและเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการศิลปะ แต่ฐานะการเป็นศิลปินและนักกิจกรรมเคลื่อนไหวของลุงนั้นแท้จริงเกิดจากการจัดตั้งบล็อคและทวิตเตอร์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลและการทำการสำรวจและสืบสวนการเสียชีวิตของนักรียนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมณฑลเสฉวนเมื่อปี 2008 (หรือที่ลุงเรียกว่า Citizens' Investigation) เนื่องจากรัฐบาลจีนไม่ยอมเปิดเผยชื่อและจำนวนของนักเรียนที่เสียชีวิตทั้งหมด อันมีสาเหตุมาจากอาคารเรียนที่รัฐบาลก่อสร้างขึ้นนั้นไม่ตรงตามมาตรฐาน ซึ่งการทำการสืบสวนครั้งนี้เริ่มทำให้ Ai เป็นที่จับตามองของรัฐบาล ถูก House Arrest ถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกนอกประเทศ ถูกยึดพาสปอร์ต ถูกจับและลักพาตัวไป จนถึงกระทั่งถูกทำร้ายจากเจ้าหน้าที่ของรัฐในเวลาต่อมา

งานของ Ai Weiwei ช่วงแรกเป็นงานแนว conceptual และ contemporary จนค่อยๆขยับจนกลายมาเป็นหนึ่งในเจ้าพ่อวงการ Excessivism ในปัจจุบัน งานส่วนมากเน้นวิพากษ์จารณ์อำนาจรัฐและปัญหาทางสังคมต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกประเทศจีน ลุง Ai ชอบเล่นกับความหมายของอำนาจเก่าหรือความหมายของของเก่า(Antique)หรือประเพณีดั้งเดิมด้วยการทำลาย ผลิตซำ้ หรือทำขึ้นใหม่เพื่อค้นหาความหมายใหม่ของสิ่งที่เกิดขึ้น โดยหลังจากถูกจับกุมและคุมขังในบ้านพร้อมกับถูกจับตามองด้วยกล้องวงจรปิดจากทางการจีนเป็นจำนวนมากแล้ว ลุง Ai ก็เริ่มทำการสนับสนุนและต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการพูดและแสดงความคิดเห็นอย่างจริงจัง พร้อมทั้งรายงานชีวิตของตนเองในทุกรายละเอียดเป็นการประท้วงจนทหารแทบจะไม่ต้องดูกล้อง แล้วไปตาม Instragram ลุงแทนได้เลยทีเดียว 55

 Ai Weiwei กำลัง selfie ระหว่างที่ Jacques Herzog   และ Pierre de Meuron กำลังตอบคำถามผู้ดำเนินการบรรยาย

Ai Weiwei กำลัง selfie ระหว่างที่ Jacques Herzog และ Pierre de Meuron กำลังตอบคำถามผู้ดำเนินการบรรยาย

“Hansel and Gretel” น่าจะเป็นงานนิทรรศการ Interactive ชิ้นแรกของ Ai Weiwei โดยจัดขึ้นภายใต้ความมืดของ Wade Thompson Drill Hall ที่ Park Avenue Armory 

ทางเข้าของนิทรรศการถูกออกแบบให้ต้องเข้าจากทางด้านหลังของอาคารทางถนน Lexington แทนที่จะเริ่มเข้าจากทางด้านหน้าตามปกติ โดยไอเดียของนิทรรศการเริ่มต้นจากนิทาน “Hansel and Gretel” ของคู่พี่น้องกริมโดยใช้ drone เป็นตัวแทนของนกที่ตามกินขนมปังหรือในที่นี่คือ data ของผู้เข้าชมนิทรรศการ และ “Fahrenheit 451” ของ Ray Bradbury ที่พูดถึงรัฐรู้แจ้ง( Ominiscient state )ที่จับตามองพลเมืองของตนลงมาจากท้องฟ้า โดยผู้เข้าชมจะถูกติดตามจากกล้องอินฟาเรดและโดรนในความมืดเหนือศรีษะแล้วถูกฉายภาพของตนลงบนพื้นของห้องจัดแสดงนิทรรศการ 

แม้จะพูดในเรื่องที่ทุกคนพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกและค่อนข้างเป็นเรื่องเผือๆในยุคปัจจุบันอย่าง survilliance และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลต่างๆ แต่ด้วยการออกแบบสเปซของ Herzog & de Meuron พร้อมยืนยันมาตราฐานความออซั่มจาก curator อย่าง Tom Eccles และ Hans-Ulrich Obrist รับรองว่าการแวะไปชม “Hansel and Gretel”  ไม่น่าจะเป็นการเสียเวลามากมายนักและน่าจะให้ข้อมูลที่น่าสนใจแก่เราได้บ้างในตอนจบของนิทรรศการ 

Hansel and Gretel เปิดให้เข้าชม ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน ถึง 6 สิงหาคม ที่
Park Avenue Armory 
Wade Thompson Drill Hall 
643 Park Avenue, 
New York, NY 10065

ใครมีบัตร IDNYC ขอให้เหน็บติดไปด้วย ใช้เข้าดูนิทรรศการฟรีได้เลยฮะ :)

Excessivism : a reflection, examination, or investigation of every aspect of life in excessive state with particular consideration to the areas that have real and consequential effect on the members of the society. - หรือสรุปได้ประมาณว่างานศิลปะสะท้อนสังคมนั่นเอง

( https://en.wikipedia.org/wiki/Excessivism )